Posted by admin as The told Story
แปล ย่อความ และ เรียบเรียงโดย Cotton 
จาก At Ease: Radiohead Biography และ Radiohead@wikipedia

ถ้า ธอม ยอร์คในวัย 14 ไม่เอื้อนเอ่ยชวนคอลิน กรีนวู้ดและเอ็ด โอไบรอันมาทำวงกัน ในวันนี้จะมีวงหัววิทยุนี้ไหมนะ (Radiohead???) ฉันว่าอย่างไรก็มีแหละ เพราะพวกเขาก็ต้องมาเจอกัน ทำเพลงด้วยกันจนได้ ไม่งั้นพวกเราจะได้ลอยละล่องบนฟ้า หลุดไปในห้วงอวกาศ กระโดดบนเตียง หรือเพียงนั่งโยกหัวหูเสียบเฮดโฟนในระบบขนส่งมวลชนจากเพลงใครกันล่ะ เขาสามคนกับมือกลอง ฟิล เซลเวย์ และน้องชายคอลิน จอห์นนี่ก็มารวมตัวกันตั้งวงดนตรี “On a Friday” ชื่อแสนง่ายนี้ได้มาจากวันที่พวกเขามักจะซ้อมดนตรีกัน
หลังจากพวกเขาได้แสดงสดในที่ต่างๆ พวกเขาก็เริ่มปล่อยเดโมออกมาในชื่อวงยังเหมือนเดิม” On a Friday” โดยเดโมที่สำคัญคือ ชุดที่สาม Manic Hedgehog Demo ซึ่งออกในปี คศ 1991 (พศ ๒๕๓๔) เป็นเทปขายในราคาประมาณสามปอนด์ ชุดนี้ประกอบไปด้วยห้าเพลง ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีจากนิตยสารท้องถิ่น “On a Friday” ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีค่ายดนตรีสนใจพวกเขานั่นคือ EMI และแล้วพวกเขาก็เซ็นสัญญาออกหกอัลบั้มกับค่ายนี้ อย่างไรก็ตามพวกเขาโดนนักวิจารณ์บางคนกล่าวถึงชื่อวงของพวกเขาว่ามันช่างธรรมดาและน่าเบื่อ รวมถึงคำจากค่ายดนตรีว่าควรจะเปลี่ยนชื่อวง พวกเขาจึงเลือกชื่อเพลงในอัลบั้ม True Stories ของวง Talking Heads ที่ชื่อว่า Radiohead มาเป็นชื่อวง
ปี คศ 1992 (พศ ๒๕๓๕) EP (Extended Play) แรกของพวกเขาก็ได้วางจำหน่าย มีชื่อว่า Drill ซึ่งมีสี่เพลงซึ่งสองเพลงนั้นได้นำมาจาก Manic Hedgehog Demo ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีเดียวกันพวกเขาก็ทำการอัดอัลบั้มแรก ต่อมาในปี คศ 1993 (พศ ๒๕๓๖) เพลงเดี่ยวซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงนี้ก็คือ Creep ที่พวกเขาปล่อยออกมาช่วงปลายปีก่อนหน้าโด่งดังอย่างถล่มทลายซึ่งส่งผลให้การวางขายอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขา Pablo Honey นั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก
หลังจากความโด่งดังอย่างมากของ Creep และ Pablo Honey ทำให้ทางวงมีความกดดันสำหรับการทำอัลบั้มต่อมา พวกเขากังวลและเครียดด้วยความรู้สึกว่าเพลงที่ทำยังไม่ดีพอ อย่างไรก็ตามในปี คศ 1994 (พศ ๒๕๓๗) EP อีกหนึ่งชุดกับแปดเพลง My Iron Lung ก็ได้ออกวางจำหน่าย อัลบั้มชุดที่สอง The Bends ก็ตามออกมาในเดือนพฤษภาคมปีถัดมา ซึ่งก็ทำให้พวกเขาเบาใจได้ว่าไม่ได้เป็นวงแบบดังชุดเดียวจจบ เนื่องจากอัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับที่ดีและ Street Spirit ซึ่งเป็น Single สุดท้ายที่ปล่อยออกมาของอัลบั้มนี้ก็ได้ขึ้นถึงอันดับห้าในประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตามความโด่งดังของอัลบั้มนี้ก็ยังไม่เทียบเท่ากับความดังระดับรอบโลกอย่าง Creep
อัลบั้ม OK Computer ซึ่งครั้งนี้พวกเขาเป็นคนโปรดิวซ์เองก็ได้ออกวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อน และอัลบั้มนี้ก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีอย่างมากมาย เรดิโอเฮดได้สร้างสรรค์ดนตรีแนวใหม่ของวงด้วยการผสมผสานซาวด์อย่าง ambient, noise และ อิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกของพวกเขาที่ได้ขึ้นอันดับหนึ่งในประเทศอังกฤษในครั้งแรกที่เปิดตัว นอกจากคำชมเชยจากนักวิจารณ์ รางวัลที่ได้รับเช่นรางวัลแกรมมี่ อัลบั้มนี้ยังทำเงินได้ทั่วโลก
เดือนตุลาคมปี คศ 2000 (พศ ๒๕๔๓) หลังจากใช้เวลาเกือบสิบแปดเดือน เรดิโอเฮดก็ปล่อยอัลบั้มที่สี่ Kid A ออกมาซึ่งอัลบั้มนี้ก็ไม่ได้ตามรอย OK Computer คอลิน กรีนวู้ดกล่าวเอาไว้ว่า “พยายามที่จะทำหรือลองอะไรก็ตามที่คุณสนใจ แต่ก็ไม่ใช่จะพยายามทำสิ่งที่เป็นแค่ร็อคแบบอาร์ทๆไร้สาระเพื่อความสะใจของตนเอง” ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้ตัดแผ่นซิงเกิลไหนออกมาเลยแต่ชุดนี้ก็ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน ขึ้นอันดับหนึ่งในอเมริกาและได้รับรางวัลแกรมมี่สาขา Best Alternative Album การขึ้นอันดับหนึ่งได้ในอเมริกา ทั้งที่ชุดก่อนหน้านั้นขึ้นได้เพียงอันดับที่ 23 ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของวงเรดิโอเฮดซึ่งเป็นเพียงไม่กี่วงจากฝั่งอังกฤษที่สามารถทะลุเข้าไปในตลาดของอเมริกาได้
เหมือนพวกเขามีไฟที่จะทำต่อเนื่อง อัลบั้มชุดที่ห้า Amnesiac จึงตามออกมาในปีถัดมา และชุดนี้ก็ยิ่งขายได้ดีกว่า Kid A โดยขายขาดตลาดทั่วทั้งยุโรป อเมริกาเหนือ และญี่ปุ่น ในช่วงใบไม้ร่วงปีเดียวกัน พวกเขาก็มีอัลบั้มบันทึกการแสดงสดออกมา I might be wrong: Live Recordings
Hail to the Thief ก็ได้ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันในเดือนมิถุนายนโดยเพลงในอัลบั้มนั้นถูกมองว่าทางวงพยายามลดความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งครอบคลุมอยู่ในสองอัลบั้มก่อนหน้า โดยการเพิ่มกีต้าร์ร็อคที่เคยเด่นในอัลบั้มแรกๆของวงเข้ามา ถึงแม้ว่ายังจะได้รับความชื่นชมเช่นเคย แต่นักวิจารณ์บางคนก็เหน็บว่าวงพยายามจะทำเพลงตามสมัย แทนที่จะคงลักษณะที่ตัวเองสร้างไว้ตั้งแต่สมัยยุคอัลบั้ม OK computer อย่างไรก็ตามอัลบั้มสิบสี่เพลงนี้ซึ่งถือว่าเป็นชุดที่มีความยาวที่สุดของวง ก็ยังได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ และได้ขึ้นอันดับหนึ่งในประเทศอังกฤษ

ทางวงกำลังทำงานในอัลบั้มที่เจ็ดของพวกเขา โดยในปี คศ 2006 (พศ ๒๕๔๙) ขณะที่พวกเขาทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรปและอเมริกาเหนือ พวกเขาก็ได้เล่นเพลงใหม่สิบสามเพลงของพวกเขา ธอม ยอร์คเองก็มีอัลบั้มเดี่ยวออกมาในปีเดียวกันคือ The Eraser นอกจากนี้เรดิโอเฮดยังไม่มีค่ายในการออกอัลบั้ม เนื่องจากได้หมดสัญญากับทาง EMI แล้ว
• จอห์นนี่นั้นตอนแรกเล่น Harmonica แล้วจึงค่อยๆโน้มน้าวคนอื่นๆให้เชื่อว่าเขาเล่นกีต้าร์ได้ จนได้เล่นและก็กลายเป็นมือกีต้าร์นำของวง
• หน้าปก Manic Hedgehog Demo นั้นเป็นลายเส้นภาพเอเลี่ยนฝีมือ ธอม ยอร์ค โดยมีสโลแกนว่า “Work Sucks” (แปลเป็นไทยๆได้ว่า “ภาระการงานห่วยแตก”)
• ระหว่างที่เขามาประเทศไทยสมัยทัวร์อัลบั้ม Pablo Honey ขณะที่พวกเขาพักผ่อนในบาร์แห่งหนึ่ง พวกเขาได้มีโอกาสชมวงไทยเล่นคัฟเวอร์เพลง Creep โดยที่ในที่แห่งนั้นไม่รู้ว่ามีเจ้าของเพลงมานั่งอยู่ด้วย
• Radiohead เคยไปเป็นแขกรับเชิญให้กับการ์ตูน South Park ใน Episode Scott Tenorman Must Die
• ช่วงแรกๆนั้น เรดิโอเฮดได้เล่นเป็นวงเปิดให้กับ R.E.M, PJ Harvey, Tears for Fears, Alanis Morissette และ Belly
9 Responses
Ninetum
March 26th, 2007 at 3:10 pm
1ยอดเยี่ยม! Radiohead จงเจริญ
nana
March 31st, 2007 at 1:49 am
2รัก Radiohead ที่สุด
web นี้ดีจัง
Excuro
April 9th, 2007 at 4:50 pm
3ช่ายๆสนับสนุน
Oakyman
April 11th, 2007 at 4:05 am
4และ Moderndog ก็เล่นเป็นวงเปิดให้ Radiohead ตอนมาเมืองไทย (แต่ผมไม่ได้ไปดู!!)
tee
June 9th, 2007 at 9:26 pm
5ผมว่า modern dog กำลังไล่ตาม radiohead อยู่นะ แต่ดูเหมือนจะวิ่งตามไม่ทัน เป็นตัวของตัวเองดีกว่า
เป็นแค่ความรู้สึกนะครับ อดเปรียบกับ brit-pop ไม่ได้
เด็กผู้ชายที่ไม่เตะบอลตอนกลางวัน
October 22nd, 2007 at 9:53 am
6ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ แน่นๆครับ
Pingguso
July 2nd, 2008 at 11:39 pm
7ตอนที่ modern dog เล่นเป็นวงเปิดให้ radiohead สุดยอดครับทั้งสองวง ผมอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ที่ MBK
Superditz
July 17th, 2008 at 10:44 pm
8จะมีวันที่สาวกคนไทยได้ดู Concert Radiohead อีกมั๊ยนะ
dir
August 25th, 2008 at 11:45 am
9อยากฟังชุดใหม่ จะมีโอกาสไหมเนี่ย
RSS feed for comments on this post · TrackBack URI
say what you want
Featured Entries
Juno
She & Him : Volume One
Categories
::: Completely Disappear ::: is proudly powered by WordPress - Ice Loopz - Wordpress Themes