แปล ย่อความ และ เรียบเรียงโดย Cotton null
จาก At Ease: Radiohead Biography และ Radiohead@wikipedia

    ปี คศ 1982 (พศ ๒๕๒๕)

ถ้า ธอม ยอร์คในวัย 14 ไม่เอื้อนเอ่ยชวนคอลิน กรีนวู้ดและเอ็ด โอไบรอันมาทำวงกัน ในวันนี้จะมีวงหัววิทยุนี้ไหมนะ (Radiohead???) ฉันว่าอย่างไรก็มีแหละ เพราะพวกเขาก็ต้องมาเจอกัน ทำเพลงด้วยกันจนได้ ไม่งั้นพวกเราจะได้ลอยละล่องบนฟ้า หลุดไปในห้วงอวกาศ กระโดดบนเตียง หรือเพียงนั่งโยกหัวหูเสียบเฮดโฟนในระบบขนส่งมวลชนจากเพลงใครกันล่ะ เขาสามคนกับมือกลอง ฟิล เซลเวย์ และน้องชายคอลิน จอห์นนี่ก็มารวมตัวกันตั้งวงดนตรี “On a Friday” ชื่อแสนง่ายนี้ได้มาจากวันที่พวกเขามักจะซ้อมดนตรีกัน

    ปี คศ 1991 (พศ ๒๕๓๔)

หลังจากพวกเขาได้แสดงสดในที่ต่างๆ พวกเขาก็เริ่มปล่อยเดโมออกมาในชื่อวงยังเหมือนเดิม” On a Friday” โดยเดโมที่สำคัญคือ ชุดที่สาม Manic Hedgehog Demo ซึ่งออกในปี คศ 1991 (พศ ๒๕๓๔) เป็นเทปขายในราคาประมาณสามปอนด์ ชุดนี้ประกอบไปด้วยห้าเพลง ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีจากนิตยสารท้องถิ่น “On a Friday” ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีค่ายดนตรีสนใจพวกเขานั่นคือ EMI และแล้วพวกเขาก็เซ็นสัญญาออกหกอัลบั้มกับค่ายนี้ อย่างไรก็ตามพวกเขาโดนนักวิจารณ์บางคนกล่าวถึงชื่อวงของพวกเขาว่ามันช่างธรรมดาและน่าเบื่อ รวมถึงคำจากค่ายดนตรีว่าควรจะเปลี่ยนชื่อวง พวกเขาจึงเลือกชื่อเพลงในอัลบั้ม True Stories ของวง Talking Heads ที่ชื่อว่า Radiohead มาเป็นชื่อวง

    ปี คศ 1993 (พศ ๒๕๓๖)

ปี คศ 1992 (พศ ๒๕๓๕) EP (Extended Play) แรกของพวกเขาก็ได้วางจำหน่าย มีชื่อว่า Drill ซึ่งมีสี่เพลงซึ่งสองเพลงนั้นได้นำมาจาก Manic Hedgehog Demo ช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีเดียวกันพวกเขาก็ทำการอัดอัลบั้มแรก ต่อมาในปี คศ 1993 (พศ ๒๕๓๖) เพลงเดี่ยวซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงนี้ก็คือ Creep ที่พวกเขาปล่อยออกมาช่วงปลายปีก่อนหน้าโด่งดังอย่างถล่มทลายซึ่งส่งผลให้การวางขายอัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเขา Pablo Honey นั้นประสบความสำเร็จอย่างมาก

    ปี คศ 1995 (พศ ๒๕๓๘)

หลังจากความโด่งดังอย่างมากของ Creep และ Pablo Honey ทำให้ทางวงมีความกดดันสำหรับการทำอัลบั้มต่อมา พวกเขากังวลและเครียดด้วยความรู้สึกว่าเพลงที่ทำยังไม่ดีพอ อย่างไรก็ตามในปี คศ 1994 (พศ ๒๕๓๗) EP อีกหนึ่งชุดกับแปดเพลง My Iron Lung ก็ได้ออกวางจำหน่าย อัลบั้มชุดที่สอง The Bends ก็ตามออกมาในเดือนพฤษภาคมปีถัดมา ซึ่งก็ทำให้พวกเขาเบาใจได้ว่าไม่ได้เป็นวงแบบดังชุดเดียวจจบ เนื่องจากอัลบั้มนี้ได้รับการตอบรับที่ดีและ Street Spirit ซึ่งเป็น Single สุดท้ายที่ปล่อยออกมาของอัลบั้มนี้ก็ได้ขึ้นถึงอันดับห้าในประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตามความโด่งดังของอัลบั้มนี้ก็ยังไม่เทียบเท่ากับความดังระดับรอบโลกอย่าง Creep

    ปี คศ 1997 (พศ ๒๕๔๐)

อัลบั้ม OK Computer ซึ่งครั้งนี้พวกเขาเป็นคนโปรดิวซ์เองก็ได้ออกวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อน และอัลบั้มนี้ก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีอย่างมากมาย เรดิโอเฮดได้สร้างสรรค์ดนตรีแนวใหม่ของวงด้วยการผสมผสานซาวด์อย่าง ambient, noise และ อิเล็กทรอนิกส์เข้าด้วยกัน อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกของพวกเขาที่ได้ขึ้นอันดับหนึ่งในประเทศอังกฤษในครั้งแรกที่เปิดตัว นอกจากคำชมเชยจากนักวิจารณ์ รางวัลที่ได้รับเช่นรางวัลแกรมมี่ อัลบั้มนี้ยังทำเงินได้ทั่วโลก

    ปี คศ 2000 (พศ ๒๕๔๓)

เดือนตุลาคมปี คศ 2000 (พศ ๒๕๔๓) หลังจากใช้เวลาเกือบสิบแปดเดือน เรดิโอเฮดก็ปล่อยอัลบั้มที่สี่ Kid A ออกมาซึ่งอัลบั้มนี้ก็ไม่ได้ตามรอย OK Computer คอลิน กรีนวู้ดกล่าวเอาไว้ว่า “พยายามที่จะทำหรือลองอะไรก็ตามที่คุณสนใจ แต่ก็ไม่ใช่จะพยายามทำสิ่งที่เป็นแค่ร็อคแบบอาร์ทๆไร้สาระเพื่อความสะใจของตนเอง” ถึงแม้ว่าพวกเขาไม่ได้ตัดแผ่นซิงเกิลไหนออกมาเลยแต่ชุดนี้ก็ประสบความสำเร็จอีกเช่นกัน ขึ้นอันดับหนึ่งในอเมริกาและได้รับรางวัลแกรมมี่สาขา Best Alternative Album การขึ้นอันดับหนึ่งได้ในอเมริกา ทั้งที่ชุดก่อนหน้านั้นขึ้นได้เพียงอันดับที่ 23 ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จของวงเรดิโอเฮดซึ่งเป็นเพียงไม่กี่วงจากฝั่งอังกฤษที่สามารถทะลุเข้าไปในตลาดของอเมริกาได้

    ปี คศ 2001 (พศ ๒๕๔๔)

เหมือนพวกเขามีไฟที่จะทำต่อเนื่อง อัลบั้มชุดที่ห้า Amnesiac จึงตามออกมาในปีถัดมา และชุดนี้ก็ยิ่งขายได้ดีกว่า Kid A โดยขายขาดตลาดทั่วทั้งยุโรป อเมริกาเหนือ และญี่ปุ่น ในช่วงใบไม้ร่วงปีเดียวกัน พวกเขาก็มีอัลบั้มบันทึกการแสดงสดออกมา I might be wrong: Live Recordings

    ปี คศ 2003 (พศ ๒๕๔๖)

Hail to the Thief ก็ได้ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันในเดือนมิถุนายนโดยเพลงในอัลบั้มนั้นถูกมองว่าทางวงพยายามลดความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งครอบคลุมอยู่ในสองอัลบั้มก่อนหน้า โดยการเพิ่มกีต้าร์ร็อคที่เคยเด่นในอัลบั้มแรกๆของวงเข้ามา ถึงแม้ว่ายังจะได้รับความชื่นชมเช่นเคย แต่นักวิจารณ์บางคนก็เหน็บว่าวงพยายามจะทำเพลงตามสมัย แทนที่จะคงลักษณะที่ตัวเองสร้างไว้ตั้งแต่สมัยยุคอัลบั้ม OK computer อย่างไรก็ตามอัลบั้มสิบสี่เพลงนี้ซึ่งถือว่าเป็นชุดที่มีความยาวที่สุดของวง ก็ยังได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ และได้ขึ้นอันดับหนึ่งในประเทศอังกฤษ

    ปัจจุบัน

ทางวงกำลังทำงานในอัลบั้มที่เจ็ดของพวกเขา โดยในปี คศ 2006 (พศ ๒๕๔๙) ขณะที่พวกเขาทัวร์คอนเสิร์ตในยุโรปและอเมริกาเหนือ พวกเขาก็ได้เล่นเพลงใหม่สิบสามเพลงของพวกเขา ธอม ยอร์คเองก็มีอัลบั้มเดี่ยวออกมาในปีเดียวกันคือ The Eraser นอกจากนี้เรดิโอเฮดยังไม่มีค่ายในการออกอัลบั้ม เนื่องจากได้หมดสัญญากับทาง EMI แล้ว

    เกร็ดย่อย

• จอห์นนี่นั้นตอนแรกเล่น Harmonica แล้วจึงค่อยๆโน้มน้าวคนอื่นๆให้เชื่อว่าเขาเล่นกีต้าร์ได้ จนได้เล่นและก็กลายเป็นมือกีต้าร์นำของวง
• หน้าปก Manic Hedgehog Demo นั้นเป็นลายเส้นภาพเอเลี่ยนฝีมือ ธอม ยอร์ค โดยมีสโลแกนว่า “Work Sucks” (แปลเป็นไทยๆได้ว่า “ภาระการงานห่วยแตก”)
• ระหว่างที่เขามาประเทศไทยสมัยทัวร์อัลบั้ม Pablo Honey ขณะที่พวกเขาพักผ่อนในบาร์แห่งหนึ่ง พวกเขาได้มีโอกาสชมวงไทยเล่นคัฟเวอร์เพลง Creep โดยที่ในที่แห่งนั้นไม่รู้ว่ามีเจ้าของเพลงมานั่งอยู่ด้วย
• Radiohead เคยไปเป็นแขกรับเชิญให้กับการ์ตูน South Park ใน Episode Scott Tenorman Must Die
• ช่วงแรกๆนั้น เรดิโอเฮดได้เล่นเป็นวงเปิดให้กับ R.E.M, PJ Harvey, Tears for Fears, Alanis Morissette และ Belly