เขียนโดย Cotton

“เมื่ออายุได้ 29 ปี ผมเกิดความรู้สึกอยากเขียนนิยายด่วนกะทันหัน
นอนบนพื้นหญ้าดูการแข่งขันเบสบอลระหว่างยาคูลต์ สวอลโลว์กับฮิโรชิมา คาร์ป ในสนามจิงงุ
ผู้เล่นชื่อฮิลตัน ตีลูกส่งคนวิ่งไปได้สองเบส
ผมตัดสินใจในวินาทีนั้นที่จะเขียนนิยายสักเล่ม
เกมเบสบอลอาจไม่มีสาระสำคัญกระตุ้นให้เขียนหนังสือ
อาจเป็นแสงแดดฤดูใบไม้ผลิ ลูกเบสบอลลอยโด่ง
รสชาติเบียร์เย็นเฉียบ…ประมวลรวมแล้ว
ก็ได้นิยายเล่มนี้”
- - ฮารูกิ มูราคามิ หลังปกเรื่องสดับลมขับขาน - -

และนั่นคือที่มาของหนังสือเล่มแรกใน “ไตรภาคแห่งมุสิก” ซึ่งประกอบไปด้วย สดับลมขับขาน (Hear the wind Sing) พินบอล, 1973 (Pinball, 1973) แกะรอยแกะดาว (A wild sheep case) เรื่องราวของตัวเอกที่เราไม่ทราบชื่อนอกจาก คำว่า “ผม” ที่เขาใช้เรียกตัวเองในหนังสือทุกเล่ม กับเพื่อนสนิทของเขาที่ชื่อว่า มุสิก ตัวละครที่คุณไม่แน่ใจซึ่งการดำรงอยู่ในหนังสือทั้งสามเล่ม

ฉันอ่านหนังสือไตรภาคนี้หลังจากเรื่อง “การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก” ยอมรับว่าในการอ่านสดับลมขับขาน ซึ่งเป็นเล่มแรกนั้น หนังสือมีช่วงที่เราไม่เข้าใจการสื่อออกมาของเนื้อหา ถึงจะเป็นหนังสือเล่มบางจำนวนหน้าเพียง 140 แต่ต้องใช้สมาธิในการติดตามเรื่องราว อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านช่วงเหล่านั้นไปจนถึงหน้าสุดท้าย

พร้อมต่อเข้าสู่ พินบอล,1973 ซึ่งเป็นเรื่องราวตรงตามชื่อ การคิดคำนึงถึงเครื่องเล่นพินบอล ที่คนในยุคเราอาจนึกภาพไม่ออก หรือไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำ แต่เนื้อหาที่ดำเนินในเล่มนี้ก็ดึงความสนใจในเครื่องเล่นนี้ขึ้นมาได้จนตัวเองยังแปลกใจ

นำมาถึงเล่มสุดท้ายของไตรภาคแห่งมุสิก แกะรอยแกะดา่ว ด้วยชื่อเรื่องที่แสนจะแปลกนี้ ซึ่งให้ความหมายตรงตัว การแกะรอย “แกะดาว” ตัวเอกที่เราก็ยังไม่ทราบชื่อของเขาจนถึงเล่มนี้ หญิงสาวเจ้าของใบหูสวย และการตามหาแกะดาว เรื่องที่เริ่มต้นด้วยชีวิตปกติเข้าสู่เหตุการณ์ที่เหนือจินตนาการ สำหรับฉันแล้วเล่มสุดท้ายในไตรภาคเป็นเล่มที่สนุก น่าติดตาม และทึ่งในจินตนาการของมูราคามิอย่างมาก เขาทำให้เรื่องเหนือธรรมชาติบรรยายจนเป็นเรื่องที่เราเชื่อว่ามันน่าจะมีอยู่จริง

น่าแปลกที่ไตรภาคแห่งมุสิกเขียนไว้ตั้งแต่ปี 1979 – 1982 แต่การดำเนินเรื่อง เนื้อหา สิ่งที่แฝงกลับไม่มีความล้าสมัยใดๆเลย ทั้งสามเล่มนี้แปลเป็นไทยโดยคุณนพดล เวชสวัสดิ์ จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มติชน เป็นการแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นอีกที ซึ่งน่าจะส่งผลในแง่ที่ไม่ได้แปลจากภาษาดั้งเดิม แต่สำหรับทั้งสามเล่มนี้ กลับไม่มีผลใดๆเลย ด้วยสำนวนการแปลที่ไม่มีสะดุดของคุณนพดล

Related Articles: