เขียนโดย Cotton

เรื่องราวของฉัน | ในวันที่ฝนตกหนัก ฉันนั่งติดกับในรถของตัวเอง พยายามนำชีวิตตัวเองกลับบ้านจากที่ทำงาน เวลาที่อยู่บนรถจนถึงบ้านคือ สามชั่วโมง สิบห้านาที ผลาญช่วงเวลาและน้ำมันไปอย่างง่ายดายตามทำนองของฝนตกรถติดในกรุงเทพ | สิ่งที่ทำให้ฉันผ่านช่วงแห่งความเครียด คือ เพลง Closer ของ Travis | เครื่องเล่นแผ่นซ้ำเพลงนี้รอบแล้วรอบเล่า พร้อมความคิดในหัวของฉันว่า “ขอบคุณนะ ที่กลับมาทำเพลงดีๆ แบบนี้ให้ฟังอีก”  

 

Travis กับ The Boy with No Name ออกมาได้ประมาณหนึ่งเดือน หลังจากที่ก่อนหน้านั้นก็ได้มี single แรก Closer ออกมาให้ได้ฟังกันสองเดือนกว่าๆ สำหรับฉันแล้วนั้น ด้วยความไพเราะของ Closer อันมากมาย ทำให้ฉันตั้งความหวังอัลบั้มเต็มนี้อย่างมาก ดังนั้นเมื่อได้ฟังทั้งอัลบั้มครั้งแรก เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไร เนื่องจากว่า ณ ขณะที่ฟังครั้งแรกนั้น รู้สึกว่าเพลงอื่นๆไม่สามารถเทียบระดับกับ Closer ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อได้ฟังอีกสักสองสามครั้ง ก็กลายเป็นว่า ชอบเพลงอื่นๆขึ้นมาและรู้สึกว่าเหมือนได้ฟัง Travis อีกครั้ง หลังจากที่อัลบั้มก่อนหน้านี้ของวงเน้นไปทางด้านหม่นหมอง ซึ่งอัลบั้มนี้ก็เหมือนพวกเขาได้กลับมาเป็นตัวของตัวเอง ทำเพลงเหงาๆแต่ฟังแล้วรู้สึกดีและทางวงเองก็เข้าใจตรงจุดนี้ เหมือนอย่างคำที่เขาให้สัมภาษณ์ไว้ใน Time Off  

“We do bittersweet better than anyone; we do songs that are uplifting, yet sad. It’s weird, but we do it naturally. That’s our strength because I don’t know anybody else who does it as good as us.”
- -  Fran Healy   –  

And when I see you then I know it will be next to me
And when I need you then I know you will be there with me
Ill never leave you… just need to get…

Just need to get closer, closer,
Lean on me now,
Lean on me now,
closer, closer